เมื่อช่วงปี 2544 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 500 ไร่เศษเท่านั้น แต่เมื่อความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภาครัฐจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก"ผักหวานป่า" จนในปัจจุบันพบว่ามีพื้นที่
*ผมหยิบยกเรื่อง "ผักหวานป่า" มาเขียนถึงก็ด้วยเหตุที่ว่า ผมมีโอกาสเดินทางไป "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยม"กลุ่มผักหวานป่า" ต.หนองบัว อ.บ้านหมอ
จ.สระบุรี ที่คุณรับ พรหมมา เป็นประธาน"กลุ่มผักหวานป่า" และเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.หนองบัว แถมยังเป็นหมอดินอาสาประจำต.หนองบัว อีกด้วยครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณทศพร ปุระสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่
เป็นไกด์ พาคณะสื่อมาเยี่ยมชมกลุ่มผักหวานป่า จึงได้รู้ว่า "ผักหวานป่า" ของอ.บ้านหมอ นอกจากจะมีชื่อเสียงในด้านการแปรรูป"ผักหวานป่า" มาเป็นอาหารต่างๆ อาทิ ชาผักหวาน คุกกี้ผักหวาน และอื่นๆแล้ว กรมพัฒนาที่ดิน ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจุลินทรีย์ จนกลายเป็น"ผักหวานป่าอินทรีย์" ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่า "ผักหวานป่า" ที่อ.บ้านหมอปลอดสารพิษแน่นอน
คุณทศพร บอกว่า "ผักหวานป่า" เป็นพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษไม่ต้องการสารเคมีทุกประเภท จึงเป็นผักที่ปลอดภัยจากสารพิษโดยธรรมชาติ นอกจากนี้แมลงทุกชนิดไม่ชอบเกาะกินใบหรือยอดผักหวาน เกษตรกรจึงไม่ต้องใช้สารเคมีในการป้องกันแมลงแต่อย่างใด หากเกษตรกรใช้ยาฆ่าแมลง
คุณรับ พรหมมา ประธานกลุ่มผักหวานป่า หรือผู้ใหญ่รับ บอกว่า ปัจจุบันสมาชิก"กลุ่มผักหวานป่า" จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนมี 20 ราย แต่คนที่ปลูก"ผักหวานป่า"ทั้งหมดในหมู่บ้านมี 80 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ในการ
ให้บำรุง โดยการใส่ปุ๋ยคอก ในปริมาณ 15 กิโลกรัม คลุกเคล้ากับดินในหลุม แล้วรดน้ำตามเป็นประจำ พอหลังจากนั้น ประมาณ 3-4 เดือน ก็จะเห็นว่าต้นผักหวานป่าเริ่มแทงต้นขึ้นมาเป็นทรงพุ่มสวย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว จากนั้นประมาณ 1 ปี เกษตรกรก็สามารถเก็บยอด"ผักหวานป่า"เพื่อนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้
ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ การได้มาเยี่ยมชมสวน"ผักหวานป่า" ของ "กลุ่มผักหวานป่า" อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี "ลันลา" มากมายครับ เพราะถือเป็นการได้มาท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ ได้สัมผัส "ผักหวานป่า" คาต้นก็ว่าได้ ที่สำคัญยังได้ความรู้กลับบ้านอีกมากมาย แถม
ได้ลิ้มชิมรส "ผักหวานป่า" ที่นำมาแปรรูปเป็นอาหาร ขนม และชา และได้รู้ว่าสำหรับ "ผักหวานป่า" แล้วถ้าจะกินหรือรับประทานกันจริงๆจังๆ แล้วละก็ ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้สาระพัดเมนู ที่สำคัญอดภาคภูมิใจแทนเกษตร "กลุ่มผักหวานป่า"ไม่ได้ ที่สามารถสร้างเงินสร้างงานจาก "ผักหวานป่า" จนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำกันถ้วนหน้า...วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
นวย เมืองธน
***********************************


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น