วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ตลาดสายหยุดกม.11 วิถีชาวบ้านเรียบง่าย

          สายลมพัดโชยอ่อนๆ ยามเช้าที่ตลาดสายหยุด  กลิ่นหอมของอาหารหลากหลายลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ  ตลาดเช้าริมถนนกำแพงเพชร 2  ย่านชุมชนรถไฟ กม.11  ตลาดเก่าแก่บ้านๆ แห่งนี้  เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา  ผู้คนพลุกพล่าน  เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วปนกับเสียงพ่อค้าแม่ค้า สร้างบรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก

           การเดินเรื่อยเปื่อยตะลอนไปตามซอกซอยต่างๆ  เพลิดเพลินกับการชมสินค้ามากมาย  ตั้งแต่อาหารสดใหม่ๆ ผักผลไม้หลากสีสัน  จนถึงอาหารแห้ง และของกินสารพัดชนิด  ที่วางเรียงรายอยู่  เสื้อผ้ามือหนึ่งและมือสองก็มีให้เลือกสรร เดินไปเรื่อยๆก็เจอร้านขายของชำเก่าแก่ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างดี

         แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับร้านต้มเลือดหมูเล็กๆริมทางดูบ้านๆ  แต่ดูน่ากินทีเดียว  ไม่รอช้าจึงสั่งต้มเลือดหมูมาหนึ่งชาม  รสชาติกลมกล่อมเครื่องในสดใหม่ กินคู่กับข้าวสวยอิ่มอร่อยจนจุกทีเดียว  

            บรรยากาศของตลาดสายหยุดไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรวมอาหารและสินค้ามากมาย  แต่ยังเป็นเสมือนศูนย์รวมของชุมชน  ภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่เรียบง่าย  อบอุ่นและน่าประทับใจ


วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เสน่ห์ท่าดินแดง ชุมชนเก่าแก่ฝั่งธนฯ


        
        ถือเป็นอีกวันที่มีโอกาสมาเดินเรื่อยเปื่อยตะลอนตามอำเภอใจ ย่านท่าดินแดง ฝั่งธนบุรี

            
          ย่านท่าดินแดงชุมชนเก่าแก่ฝั่งธนฯที่ซ่อนเสน่ห์และเรื่องราวไว้มากมาย  ไม่ใช่แค่ความคึกคักของการค้าขาย แต่ยังเป็นการผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว ใครจะรู้ว่าชุมชนเก่าแก่แห่งนี้  ซ่อนร้านอร่อยเด็ดๆไว้มากมาย ตั้งแต่ของหวาน ของคาว ไปจนถึงเครื่องดื่ม  นี่แหละคือเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและให้มาเยือนไม่ขาดสาย

           
            การเดินเล่นเรื่อยๆ ได้เห็นตึกแถวเก่าๆ บางหลังยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง  ระหว่างทางจะพบกับร้านค้าต่างๆ  ตั้งแต่ร้านขายของชำ ร้านขายยา  ไปจนถึงร้านอาหาร  แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  บางร้านอาจจะดูธรรมดา แต่กลับซ่อนรสชาติอาหารที่แสนอร่อยเอาไว้  

           
             นอกจากนี้  ย่านท่าดินแดงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย  เช่น ศาลเจ้า ตลาด  และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  การมาเยือนย่านนี้  เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่อดีต  สัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้

            
              ท้ายนี้ลองใช้เวลาสักวันมาเดินเล่นชิลๆ  ตะลอนตามอำเภอใจ ย่านท่าดินแดงจะได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจ และอย่าลืมเก็บภาพความทรงจำดีๆ  เอาไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ไอ้ควาย

 

           คุณคิดเหมือนผมไม๊เวลาถูกด่า "ไอ้ควาย" ทำไมเรารู้สึกหัวร้อน โกรธ ไม่พอใจ ทั้งๆที่ตั้งแต่โบราณควายถือเป็นสัตว์ที่มีคุณประโยชน์กับคนมากมาย เพราะเราใช้ควายไถนาปลูกข้าวให้คนกิน แม้ในปัจจุบันเราจเปลี่ยนมาใช้รถไถนาแทนการใช้ควายไถนาก็ตามที

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อปัจจุบันเนื้อควายราคาแพงกว่าเนื้อวัว เนื้อหมูอีกด้วยนะแถมบางประเทศสเต็กที่ทำจากเนื้อควายก็มีราคาแพงกว่าสเต็กเนื้อวัวด้วยซ้ำไป

         อันที่จริงเวลาใครมาด่า "ไอ้ควาย" เราไม่ควรหัวร้อน ควรยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ เพราะเขากำลังยกย่องว่าคุณเป็นคนที่ขยันและอดทนเหมือนควาย ขอบคุณสำหรับคำชมเชิญด่ารัวๆได้เลย "ไอ้ควาย"

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ผีดลใจ

             การพบศพชายนิรนามถูกอุ้มไปทิ้งในป่าละเมาะริมถนนสายเอเชีย พื้นที่บ้านยางงาม หมู่ 10 ต. ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ฝั่งขาไป อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2568 โดยสภาพศพถูกเสื้อยางคลุมไว้ถูกยัดในกระสอบปุ๋ยห่อด้วยผ้าห่มอีกชั้น ศีรษะถูกคลุมด้วยถุงดำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 5 วัน

และน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง เนื่องจากมีเชือกสีน้ำเงินผูกที่ข้อมือขวา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ขบวนการขนแรงงานเถื่อนจะผูกไว้เพื่อแยกว่ามาจากกลุ่มไหน

หลายคนเชื่อการพบศพชาวเมียนมาครั้งนี้อาจเป็นวิญญาณของคนตายดลจิตดลใจให้คนพบเห็นศพ จนตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลาและชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา และผู้เกี่ยวข้อง สามารถขยายผลติตามจับกุมชายชาว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ตู้ทึบขนคนเมียนมา จำนวน 33 คน และรับว่าเป็นคนขับรถนำศพชาวเมียนมามาทิ้ง เพราะเป็นลมเสียชีวิตในรถ 

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

อำพรางถ่วงน้ำ

 

             นับเป็นคดีสะเทือนขวัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมคดีหนึ่ง กรณีชาวบ้านไปตกปลาพบสาวปริศนาผมสีทอง อายุประมาณ 30 ปี ถูกฆาตรกรรมนำศพยัดกระเป๋าเดินทางสภาพเปลือยกายถ่วงสระน้ำแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 วัน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าคดีนี้ประชาชนให้ความสนใจ และคงอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ถูกฆาตรกรรมเธอเป็นใครกัน ที่สำคัญคนทำเป็นใคร และฆ่าเธอทำไม ซึ่งตำรวจในพื้นที่กำลังเร่งตามหาญาติของสาวเคราะห์ร้ายคนนี้อยู่เพื่อจะได้รู้ว่าเธอคือใคร 

และบรรดานักสืบของตำรวจภูธรภาค 2 คงต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อหาคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568

ไข้ปั้ง

 

เรื่องมันสั้นตามอำเภอใจ / เสียงผู้คนจ๊อกแจ๊กจอแจและดูวุ่นวายไปหมดสำหรับบรรยากาศเร่งรีบช่วงเช้าๆภายในตลาดเช้าย่านชานเมืองหลวง ซึ่งที่ร้านกาแฟในตลาดฮือฮาอย่างมาก เพราะ "อาแป๊ะ" แกใส่เสื้อเกราะมาขายกาแฟ 

 ลูกค้าขาประจำคนหนึ่งจึงทักทายอาแป๊ะอย่างออกรสชาติ "โหแป๊ะวันนี้ลื้อกินยาลืมเขย่าขวดหรือไงวะใส่เสื้อเกราะยังกับจะไปออกรบ"

 "อาแป๊ะ มองหน้าลูกค้าพร้อมออกอาการปาก คอสั่น แล้วบอกว่า "ช่วงนี้ลื้อไม่ดูข่าวเหรอ ไข้ปั้งระบาด เอะอะก็ปั้ง ปั้ง ปั้ง เมื่อไม่นานนี้วัยรุ่น ปั้ง ปั้ง การ์ดผับดังดับอนาถที่ศรีษะเกษ ส่วนอีกรายที่อยุธยา คนร้ายขับจักรยานยนต์กระหน่ำ ปั้ง ปั้ง ปั้ง อดีตครูดับอนาถคารถเก๋ง"

เมื่อลูกค้าได้ยิน"อาแป๊ะ"เล่าอย่างออกรสชาติ จึงบอก "อาแป๊ะ" ว่า "อั้วว่าตอนนี้ลื้อรีบๆชงกาแฟดีกว่าเพราะลูกค้ารอคิวเยอะแล้ว ก่อนที่ลื้อจะเจอ ปั้ง ปั้ง" 


วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568

สแกนหม้อ

 เรื่องมันสั้นตามอำเภอใจ / ร้านกาแฟเล็กๆในตลาดเช้าชานเมือง เสียงคนพูดคุยกันพอจับใจความได้

 "เฮ้ยแป๊ะเดี่ยวนี้ลื้อเอาโซ่ล่ามหม้อน้ำต้มกาแฟเลยเหรอเมื่อก่อนไม่เห็นกลัวหายเลย" ลูกค้าคนหนึ่งทักอาแป๊ะด้วยความแปลกใจ 

อาแป๊ะพอได้ยินลูกค้าทักแกก็เลยบอกว่า "ช่วงนี้มีข่าวว่า "สแกนหม้อ" กำลังระบาดหนัก อั้วเลยต้องล่ามไว้ก่อนกลัวหม้อหาย"  

เมื่อลูกค้าได้ยินเช่นนั้นจึงบอกว่า "โธ่แป๊ะลื้อเล่นฮาแต่เช้าเลยนะไอ้ที่ระบาดเขาไม่ได้เรียก "สแกนหม้อ" เขาเรียก "สแกมเมอร์"