วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ไอ้ควาย

 

           คุณคิดเหมือนผมไม๊เวลาถูกด่า "ไอ้ควาย" ทำไมเรารู้สึกหัวร้อน โกรธ ไม่พอใจ ทั้งๆที่ตั้งแต่โบราณควายถือเป็นสัตว์ที่มีคุณประโยชน์กับคนมากมาย เพราะเราใช้ควายไถนาปลูกข้าวให้คนกิน แม้ในปัจจุบันเราจเปลี่ยนมาใช้รถไถนาแทนการใช้ควายไถนาก็ตามที

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อปัจจุบันเนื้อควายราคาแพงกว่าเนื้อวัว เนื้อหมูอีกด้วยนะแถมบางประเทศสเต็กที่ทำจากเนื้อควายก็มีราคาแพงกว่าสเต็กเนื้อวัวด้วยซ้ำไป

         อันที่จริงเวลาใครมาด่า "ไอ้ควาย" เราไม่ควรหัวร้อน ควรยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ เพราะเขากำลังยกย่องว่าคุณเป็นคนที่ขยันและอดทนเหมือนควาย ขอบคุณสำหรับคำชมเชิญด่ารัวๆได้เลย "ไอ้ควาย"

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ผีดลใจ

             การพบศพชายนิรนามถูกอุ้มไปทิ้งในป่าละเมาะริมถนนสายเอเชีย พื้นที่บ้านยางงาม หมู่ 10 ต. ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ฝั่งขาไป อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2568 โดยสภาพศพถูกเสื้อยางคลุมไว้ถูกยัดในกระสอบปุ๋ยห่อด้วยผ้าห่มอีกชั้น ศีรษะถูกคลุมด้วยถุงดำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 5 วัน

และน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง เนื่องจากมีเชือกสีน้ำเงินผูกที่ข้อมือขวา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ขบวนการขนแรงงานเถื่อนจะผูกไว้เพื่อแยกว่ามาจากกลุ่มไหน

หลายคนเชื่อการพบศพชาวเมียนมาครั้งนี้อาจเป็นวิญญาณของคนตายดลจิตดลใจให้คนพบเห็นศพ จนตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลาและชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา และผู้เกี่ยวข้อง สามารถขยายผลติตามจับกุมชายชาว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ตู้ทึบขนคนเมียนมา จำนวน 33 คน และรับว่าเป็นคนขับรถนำศพชาวเมียนมามาทิ้ง เพราะเป็นลมเสียชีวิตในรถ 

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

อำพรางถ่วงน้ำ

 

             นับเป็นคดีสะเทือนขวัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมคดีหนึ่ง กรณีชาวบ้านไปตกปลาพบสาวปริศนาผมสีทอง อายุประมาณ 30 ปี ถูกฆาตรกรรมนำศพยัดกระเป๋าเดินทางสภาพเปลือยกายถ่วงสระน้ำแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 วัน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าคดีนี้ประชาชนให้ความสนใจ และคงอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ถูกฆาตรกรรมเธอเป็นใครกัน ที่สำคัญคนทำเป็นใคร และฆ่าเธอทำไม ซึ่งตำรวจในพื้นที่กำลังเร่งตามหาญาติของสาวเคราะห์ร้ายคนนี้อยู่เพื่อจะได้รู้ว่าเธอคือใคร 

และบรรดานักสืบของตำรวจภูธรภาค 2 คงต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อหาคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568

ไข้ปั้ง

 

เรื่องมันสั้นตามอำเภอใจ / เสียงผู้คนจ๊อกแจ๊กจอแจและดูวุ่นวายไปหมดสำหรับบรรยากาศเร่งรีบช่วงเช้าๆภายในตลาดเช้าย่านชานเมืองหลวง ซึ่งที่ร้านกาแฟในตลาดฮือฮาอย่างมาก เพราะ "อาแป๊ะ" แกใส่เสื้อเกราะมาขายกาแฟ 

 ลูกค้าขาประจำคนหนึ่งจึงทักทายอาแป๊ะอย่างออกรสชาติ "โหแป๊ะวันนี้ลื้อกินยาลืมเขย่าขวดหรือไงวะใส่เสื้อเกราะยังกับจะไปออกรบ"

 "อาแป๊ะ มองหน้าลูกค้าพร้อมออกอาการปาก คอสั่น แล้วบอกว่า "ช่วงนี้ลื้อไม่ดูข่าวเหรอ ไข้ปั้งระบาด เอะอะก็ปั้ง ปั้ง ปั้ง เมื่อไม่นานนี้วัยรุ่น ปั้ง ปั้ง การ์ดผับดังดับอนาถที่ศรีษะเกษ ส่วนอีกรายที่อยุธยา คนร้ายขับจักรยานยนต์กระหน่ำ ปั้ง ปั้ง ปั้ง อดีตครูดับอนาถคารถเก๋ง"

เมื่อลูกค้าได้ยิน"อาแป๊ะ"เล่าอย่างออกรสชาติ จึงบอก "อาแป๊ะ" ว่า "อั้วว่าตอนนี้ลื้อรีบๆชงกาแฟดีกว่าเพราะลูกค้ารอคิวเยอะแล้ว ก่อนที่ลื้อจะเจอ ปั้ง ปั้ง" 


วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568

สแกนหม้อ

 เรื่องมันสั้นตามอำเภอใจ / ร้านกาแฟเล็กๆในตลาดเช้าชานเมือง เสียงคนพูดคุยกันพอจับใจความได้

 "เฮ้ยแป๊ะเดี่ยวนี้ลื้อเอาโซ่ล่ามหม้อน้ำต้มกาแฟเลยเหรอเมื่อก่อนไม่เห็นกลัวหายเลย" ลูกค้าคนหนึ่งทักอาแป๊ะด้วยความแปลกใจ 

อาแป๊ะพอได้ยินลูกค้าทักแกก็เลยบอกว่า "ช่วงนี้มีข่าวว่า "สแกนหม้อ" กำลังระบาดหนัก อั้วเลยต้องล่ามไว้ก่อนกลัวหม้อหาย"  

เมื่อลูกค้าได้ยินเช่นนั้นจึงบอกว่า "โธ่แป๊ะลื้อเล่นฮาแต่เช้าเลยนะไอ้ที่ระบาดเขาไม่ได้เรียก "สแกนหม้อ" เขาเรียก "สแกมเมอร์" 



วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

เซ็งเบื่อคิดอะไรไม่ออก เดินชิวๆย่านตลาดน้อย

          ใครที่ชอบเดินเท้าท่องเที่ยวซอกแซกไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ย่านตลาดน้อย ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ คงเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ตอบโจทย์คนที่ชอบเดินเท้าเที่ยว 

        
           เราคนหนึ่งนะที่เวลาคิดอะไรไม่ออกเซ็งๆก็มักจะมาเดินเล่นย่านตลาดน้อยเห็นชุมชนบ้านเรือนเก่าๆ ศาลเจ้า แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วรู้สึกเพลินตาเพลินใจดี 

             นอกจากนี้ "ตลาดน้อย" ยังมีงานศิลปะแนวสตรีทอาร์และภาพถ่าย ที่บอกเล่าเรื่องราวของย่านตลาดน้อยมีให้ชมกันเพลินๆตามกำแพงต่างๆมากมายทีเดียว ส่วนเรื่องของกิน และคาเฟ่นั่งเล่นชิวๆก็มีให้เลือกนั่งกันมากมายเหมือนกัน

           
                ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หลังจากการขยายตัวของสำเพ็ง ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงเกิดชุมชนจีนย่านตลาดน้อยขึ้นเรียกว่า "ตะลัคเกียะ" แปลเป็นไทยว่า "ตลาดน้อย" นั่นเอง

                                                "ตะลอน" 

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

นิทรรศการศิลปะ 80 ปี "กมล ทัศนาญชลี" ศิลปินสองซีกโลก


       นับเป็นการเปิดหู เปิดตาจริงๆที่มีโอกาสมาตะลอน ตามอำเภอใจ ชมผลงานนิทรรศการศิลปะ 80  ปีของอาจารย์กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินสองซีกโลก ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา  ซึ่งงานศิลปะร่วมสมัยที่นำมาจัดแสดงถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินจริงๆ

                      ผมเดินดูงานของอาจารย์กมลแล้ว รู้สึกเพลิดเพลินใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะมีงานศิลปะที่หลากหลากไม่ว่าจะเป็นงาน จิตรกรรม ศิลปะสื่อผสม และปฏิมากรรม ล้วนมีความหมายในตัวเอง 

           สำหรับนิทรรศการ “ผลงานศิลปะ 80  ปี กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ” จัดแสดงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 ก.พ. 2567 ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพ