วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2566

"ยุติธรรม"มุ่งเน้นความร่วมมือภาครัฐพลังอาสาสมัครคุมประพฤติดูแลแก้ไขผู้กระทำผิด

 

             มหกรรมรวมพลอาสาสมัครคุมประพฤติฯรมว.ยุติธรรมย้ำการดูแลแก้ไขผู้กระทำผิดโดยมุ่งเน้นความร่วมมือของภาครัฐและพลังของอาสาสมัครคุมประพฤติเป็นสำคัญ 

            ที่บริเวณหน้าห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ วันที่ 21 กันยายน 2566  พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด “มหกรรมรวมพลอาสาสมัครคุมประพฤติเพื่อปฏิบัติตามภารกิจของกรมคุมประพฤติ” พร้อมทั้งปล่อยแถวพนักงานคุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติ จำนวน 5,000 คน ลงพื้นที่ติดตามดูแลช่วยเหลือและให้คำแนะนำกับผู้กระทำผิดในพื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน 10,000 ราย เพื่อร่วมแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคดียาเสพติด ที่อยู่ในระบบการคุมความประพฤติ ไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ โดยมี นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม คณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ คณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติ เข้าร่วมฯ 

         พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ เป็นหน่วยงานในมิติด้านการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดที่มีอาสาสมัครคุมประพฤติเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของพนักงานคุมประพฤติในชุมชนที่จะติดตาม ดูแล และให้คำแนะนำสำหรับผู้กระทำผิดที่อยู่ในชุมชนให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการคุมความประพฤติ เพื่อให้พ้นการคุมความประพฤติด้วยดีและไม่กระทำผิดซ้ำหรือไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาชญากรรมต่าง ๆ 

           พันตำรวจเอก ทวี กล่าวอีกว่า ผู้ทำหน้าที่อาสาสมัครคุมประพฤติ ถือเป็นบุคคลผู้เสียสละที่จะลงไปช่วยเหลือแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน โดยเฉพาะคดียาเสพติด ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญ เพราะการเข้าใจ เข้าถึงปัญหาและการแก้ไขคงไม่มีใครที่จะมีความรู้ลึกได้มากไปกว่าอาสาสมัครคุมประพฤติ จึงขอถือโอกาสนี้ เน้นย้ำการดูแลแก้ไขผู้กระทำผิดโดยมุ่งเน้นความร่วมมือของภาครัฐและพลังของอาสาสมัครคุมประพฤติเป็นสำคัญ 

           "อยากให้กรมคุมประพฤติติดตามภารกิจงานด้านการยกระดับมาตรฐานงานสืบเสาะและพินิจ รวมทั้งการลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำ ตลอดจนการพัฒนาการนำระบบการควบคุมตัวอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวมาใช้กับผู้กระทำผิด เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมให้ได้มาตรฐาน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว

วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566

คุ้มครองสิทธิฯเยียวยา 2 แสนบาท พ่อแม่ใจโหดฆ่าลูกวัย 2 ขวบโบกปูน


            สะเทือนขวัญสังคมพ่อแม่ใจโหดฆ่าลูกวัย2 ขวบโบกปูน กรมคุ้มครองสิทธิฯ ชี้ทายาทมีสิทธิได้รับเงินเยียวยา 2 แสนบาท

           นับได้ว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญสังคมอย่างมากหลังนายเอ็ม อายุ 46 ปี และนางจุ๋ม อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา พ่อแม่ใจโหดร่วมกันทำร้ายร่างกายลูกสาว อายุ 2 ขวบ เสียชีวิตในพื้นที่สายไหม กรุงเทพฯ และนำศพฝังดินโบกปูนในห้องครัวหลังบ้านในพื้นที่อ.ขาณุวรลักษบุรีจ.กำแพงเพชร ซึ่งทางคคีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบเพิ่มพบข้อมูลเชื่อได้ว่ายังมีการกระทำความผิดในพื้นที่สายไหม และ พื้นที่ประชาชื่นอีกอย่างน้อย 3-4 ราย 

         ด้านนายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพและโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นกรมคุ้มครองสิทธิฯได้ประสานงานกับนายปริญญา ปั้นงาม ยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชร  ในการลงพื้นที่แจ้งสิทธิให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียชีวิต ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) พร้อมทั้งคำปรึกษาทางกฎหมายและการช่วยเหลืออื่น ๆ ด้วย

           นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุที่เกิดกับเด็กเล็ก 2 ราย ซึ่งเป็นเรื่องสะเทือนขวัญของคนในสังคมอย่างมากและที่สำคัญพ่อแม่เป็นคนก่อเหตุด้วย ในการเยียวยาเบื้องต้นนั้น กรณีน้องที่เสียชีวิต ทายาทมีสิทธิได้รับการเยียวยา เป็นเงิน 200,000 บาท ส่วนน้องที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บนั้น จะได้รับเยียวยาตามความรุนแรงและสภาพของการบาดเจ็บต่อไป ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ อีกครั้ง 

           ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า พ่อของเด็กเคยก่อเหตุเช่นนี้กับลูกอีกหลายคนนั้น คงต้องรอความชัดเจนของคดีความอีกครั้ง โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จะได้ติดตามและให้การช่วยเหลือต่อไป 


วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566

ผลสำรวจประชาชนเชื่อมั่นกรมบังคับคดีมากขึ้น


         ตะลึง ! ความเชื่อมั่นของประชาชนผู้รับบริการที่มีต่อกระบวนการบังคับคดี  พบว่ามีค่าเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น

           นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี ร่วมกับรองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอกหญิง ดร.กัญญ์ฐิตา ศรีภา และคณะผู้วิจัย บริษัท พีเอเอส คอนซัลแทนท์ แอนด์ รีเซิร์ช จำกัด เผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนผู้รับบริการที่มีต่อกระบวนการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เมื่อเร็วๆนี้ (18 กันยายน 2566)  โดยผลจากการสำรวจพบว่า ค่าเฉลี่ย 9.20 คะแนน เชื่อมั่นต่อกระบวนการบังคับคดีในภาพรวม ซึ่งสูงกว่าปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ที่มีค่าเฉลี่ย 9.11 คะแนน

           นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี ระบุว่า กรมบังคับคดีมีภารกิจด้านการบังคับคดีแพ่ง คดีล้มละลาย การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ การชำระบัญชี การวางทรัพย์และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีภายหลังคำพิพากษาเป็นกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง โดยดำเนินการตามขั้นตอนและตามกฎหมายให้ความเป็นธรรม โปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่คู่ความทุกฝ่ายในคดี รวมถึงประชาชนผู้รับบริการตามแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของกรมบังคับคดี 

             และกำหนดยุทธศาสตร์ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยมีเป้าหมาย เพื่อการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส พร้อมปรับตัว ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรมเป็นไป เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวมของประเทศ


ผัดกะเพราอาหารจานผัดดีที่สุดในโลก


            คนไทยได้เฮ ผัดกะเพรา เมนูสิ้นคิดของไทยดังไกลทั่วโลกเว็บไซต์อาหาร เทสต์แอตลาส จัดอันดับอาหารจานผัดที่ดีที่สุดในโลกปรากฏว่าผัดกะเพราของไทยได้อันดับ 1 

           ถ้าจะบอกว่าผัดกะเพรา เป็นอาหารริมทางตามร้านอาหารตามสั่งที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทยและเป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจานหนึ่งก็คงไม่ผิดอะไร จนบางครั้งมีการนิยามผัดกระเพราว่าเป็นเมนูสิ้นคิดเพราะเวลาเข้าไปในร้านอาหารนึกไม่ออกว่าจะกินอะไรก็สั่งผัดกะเพราราดข้าวมากินเพราะง่ายดี

          แต่วันนี้คงต้องบอกว่าผัดกะเพราของไทยเป็นอาหารที่โด่งดังไปทั่วโลกเพราะเว็บไซต์อาหาร เทสต์แอตลาส (TasteAtlas) ได้สำรวจและจัดอันดับอาหารจานผัดที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่าผัดกะเพราของไทยได้อันดับ 1 แถมยังบอกว่าผัดกะเพราเป็นเมนูผัดดั้งเดิมของไทยที่นำเนื้อสัตว์ หรืออาหารทะเล มาผัดกับใบกะเพราวัตถุดิบต่างๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและอื่นๆ กินคู่กับข้าว ไข่ดาว และพริกน้ำปลา

          สำหรับกะเพราจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลากหลาย และช่วยในการย่อยอาหาร ส่วนผัดกระเพราถือเป็นเมนูอาหารทีมีมาแต่โบราณ ปรับเปลี่ยนรสชาติและวัตุดิบเรื่อยมาตามยุคสมัยแต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือใบกะเพรา  

                                                                                                                  "ตะลอน" 

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566

บิ๊กยุติธรรม"ทวี สอดส่อง"เข้าทำงานวันแรก

 

            บิ๊กยุติธรรม "ทวี สอดส่อง"รมว.ยุติธรรม เข้าทำงานวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  โดยมีข้าราชการกระทรวงยุติธรรมร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดี

           วันที่ 14 กันยายน 2566 ช่วงเช้าที่ผ่านมา​ พันตำรวจเอก​ ทวี​ สอดส่อง​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม​ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงยุติธรรม ศาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ศาลตายาย และพระพุทธยุติธรรมโลกนาถ​ เพื่อความเป็นสิริมงคล​ เนื่องในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอย่างเป็นทางการ

              โดยมี นางพงษ์สวาท​ นีละโยธิน​ ปลัดกระทรวงยุติธรรม​ นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นางอรัญญา ทองน้ำตะโก รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท​ ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม​ และคณะผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม​ ให้การต้อนรับ​ และร่วมแสดงความยินดีในการดำรงตำแหน่งใหม่​ ณ​ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566

รำลึก"สืบ นาคะเสถียร"สละชีวิตปกป้องผืนป่า

     


        วันที่​ 1 ก.ย.ของทุกปีถือเป็นวันที่ร่วมรำลึกการเสียสละชีวิตของ"สืบ นาคะเสถียร" อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ​นักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย ซึ่งมีชื่อเสียงจาการพยายาปกป้อง"ป่าห้วยขาแข้ง" และ "ทุ่งใหญ่นเรศวร" จนเมื่อปีพ.ศ.​2533 ต้องฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ​ 

         การเสียชีวิตของ "สืบ นาคะเสถียร" ได้ปลูกจิตสํานึกของผู้คน ให้ตระหนักรู้และให้ความสำคัญของการอนุรักษ์มากขึ้น จนส่งผลให้ "ป่าห้วยขาแข้ง" และ "ทุ่งใหญ่นเรศวร" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก เมื่อปี พ.ศ.​ 2534 ในที่สุด


วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

นั่งรถเมล์กินลมชมบางลำพู

การนั่งรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทาง ขอเน้นว่าต้องเป็นรถร้อนเปิดหน้าต่างรับลมและโอโซนจากภายนอกรถมันถึงจะได้อรรถรสและบรรยากาศในการนั่งรถชมกรุงเทพฯ ถ้ารถติดบ้างเราก็อย่าหงุดหงิดนะ ถือโอกาสแชะภาพถ่ายรูปกันบนรถเมล์นั่นละ 
            มันก็จะได้บรรยากาศอีกแบบนะ
         อย่างครั้งนี้ผมมีโอกาส “ตะลอนตามอำเภอใจ“ นั่งรถเมล์ชมวิวเพลินๆผ่านมาบางลำพู ย่านหนึ่งในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้ถ่ายภาพบรรยากาศขณะนั่งรถเมล์ผ่าน 
             จึงอยากบอกเล่าถึงบางลำพูหน่อย 
เพราะปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติรู้จักกันดีโดยเฉพาะที่ถนนข้าวสาร มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตลอดจนร้านกินดื่ม มีโรงแรม เกสต์เฮาส์ ที่พักชั่วคราว
             ไว้รองรับนักท่องเที่ยวมากมาย
ช่วงสุดท้ายของ “ตะลอนตามอำเภอใจ“  อดีตบางลำพู เคยเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ซึ่งภาพยนต์ไทยเรื่อง “2499 อันธพาลครองเมือง“ ก็มีฉากหนึ่งที่นักเลงยกพวกตีกันจนกลายเป็นศึก 13 ห้าง
และปัจจุบันบางลำพูก็เป็นแหล่งค้าขายเสื้อผ้า ชุดนักเรียน เครื่องนุ่งห่มต่างๆที่รู้จักกันดีอีกด้วย…!!
                                    “นายตะลอน“